1. ปรับแต่ง Title Tags

ตัวอย่าง: <title>เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ – Car Thailand</title>

ปรับแต่ง Title ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ภายในเว็บเพจ เพื่อผลดีของ SEO แทรก Keyword ไว้ที่ Title ให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในหน้าเว็บไซต์ด้วยครับ

2. ปรับแต่ง Meta Description

<meta name=”description” content=”เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ วิธีดูแบตเตอรี่รถยนต์ วิธีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง วิธีการสลับยางรถยนต์ และอื่นๆ”>

ปรับแต่ง Meta Description ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ภายในเว็บเพจ เนื้อหาย่อส่วนนี้จะปรากฎที่ Google ด้วย เหมือนกับ Title Tags และเราสามารถแทรก Keyword ไว้ได้เช่นกันครับ

3. Header Tags

ที่ใช้กันบ่อยเป็นประจำ H1-H4 ครับ

 <h1></h1> – โดยทั่วไปใช้ สำหรับชื่อหน้าเว็บ

 <h2></h2> – ไฮไลต์ชื่อรองของหน้าเว็บ

 <h3></h3> – เนื้อหาที่เกี่ยวข้องของหัวข้อในหน้าเว็บ

 <h4></h4> – เนื้อหาที่สนับสนุนจาก <h3>

Tags HTML ที่ใช้บ่อย สำหรับ SEO

4. เพิ่ม Tags Alt ในรูปภาพ

<img src=”car-battery.jpg” alt=”แบตเตอรี่รถยนต์”>

Alt จะบอกเครื่องมือ Search Engine ว่ารูปภาพนั้นเกี่ยวกับอะไร โดยปกติเครื่องมือ Search Engine จะไม่รู้ว่ารูปภาพเกี่ยวกับอะไรถ้าเราไม่ใส่ Alt ไว้ครับ

5. สร้าง Backlink

<a href=”http://carthailand.com/articles/car-battery” rel=”nofollow”>วิธีดูแลแบตเตอรี่รถยนต์</a>

การสร้าง Backlink เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ SEO ควรจะทำลิงค์คุณภาพ ทั้ง Internal Link และ External Link ครับ และเป็นประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชม เวลาเข้ามาอ่านเนื้อหาและต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ

6. เพิ่ม Open Graph Tags

<meta name=”og:title” property=”og:title” content=”เคล็ดลับการดูแลรถยนต์”>

ช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการค้นหาและแสดงผลบนโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างเช่น หากข้อมูลของคุณถูกโพสต์บน Facebook นั้น Open Graph Tags จะถูกใช้เพื่อแสดงข้อมูลครับ

Tags HTML ที่ใช้บ่อย สำหรับ SEO

7. เพิ่ม Twitter Card Tags

<meta name=”twitter:card” content=”summary”>

ทำงานคล้ายกับ Open Graph Tags ครับ แต่อันนี้จะมีไว้สำหรับ Twitter โดยเฉพาะ ขอแนะนำให้เพิ่มประสิทธิภาพ Twiiter Cards เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจาก Tags ครับ

8. ใช้ Canonical Tags (หากจำเป็น)

ตัวอย่างเช่น:

  • http://www.yourwebsite.com
  • https://www.yourwebsite.com
  • http://yourwebsite.com
  • https://yourwebsite.com

<link rel=”canonical” href=”https://yourwebsite.com/”>

ตัวอย่างแบบนี้จะบอก Google ว่า “https://yourwebsite.com/” เป็น URL ที่คุณใช้เป็นหลัก เพราะปกติเวลาสร้างเว็บไซต์ จะสามารถเข้าได้หลาย URLs ครับ

9. Robots Tags

 <meta name=”robots” content=”noindex, nofollow”>

หากคุณต้องการบล็อกบางบทความไม่ให้ Index ใน Google ให้ใช้​ Robots Tag ครับ โดย Google จะไม่ Index เนื้อหาของคุณหรือติดตามลิงค์นี้ครับ