SEO คืออะไร บทความนี้เป็นบทความเก่าที่เขียนไว้ตั้งแต่ 20/12/2011 นะครับ บางเทคนิคยังสามารถใช้ได้อยู่ครับ ลิงค์บทความเก่า แต่นำมาปรับแต่งเขียนใหม่นิดหน่อยนะครับ อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับบางท่านนะครับ

สำหรับผมในยุคปัจจุบัน Search Engine Optimization (SEO) ยังสำคัญอยู่เสมอครับ แต่บางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า SEO คืออะไร เพราะถ้าเราต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะ Google เป็นอีกวิธีที่เข้าถึงได้ค่อนข้างเร็วครับ เพราะไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าอยากได้ข้อมูลอะไร ก็จะค้นหาผ่าน Google เสมอ และ Basic SEO แน่นอนถ้าเข้าใจหลักการของมัน สามารถนำไปต่อยอดได้เกือบทุกอย่าง แต่ก็ต้องคอยปรับเปลี่ยนตาม Google Algorithm นิดๆ หน่อยๆ ครับในแต่ละครั้งที่มีการอัพเดท สำหรับ SEO ก็เป็นเพียงการตลาดวิธีหนึ่งเท่านั้นนะครับ

SEO คืออะไร

1. สิ่งสำคัญอันดับแรกเลย Keyword

ควรเลือก Keyword ที่เป็น Niche Keyword เอาคร่าวๆ ก่อนละกันก็คือ พยายามดูคู่แข่งของ Keyword ที่เราต้องการจะทำ SEO ครับ พยายามดู หน้าแรกไว้ว่า Keyword นี้คู่แข่งง่ายหรือยาก เบื้องต้นดู Domain/Page Authority เป็นหลักครับ

เครื่องมือของ Google: เลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม Google Keyword Planner

2. สิ่งสำคัญอันดับสอง Quality Content บทความคุณภาพ

Google จะชอบเว็บไซต์ที่มีบทความคุณภาพครับ พยายามเขียนให้อ่านรู้เรื่อง และถ้าเป็นบทความที่มีประโยชน์ต่อผู้ค้นหาจะยิ่งดีครับ บางทีเราอาจจะได้ Backlink อ้างอิงกลับมาด้วยครับ จากเว็บไซต์ที่เอาบทความเราไปใช้อ้างอิงครับ และ ถ้าสมมุติอยากจะทำเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ แต่ไม่สามารถเขียนได้ จะทำยังไงดีละ ลองมองบริการ จากเว็บไซต์ตัวอย่างด้านล่างนี้ก็ได้ครับ

https://www.upwork.com/
httsp://www.fiverr.com/

หรือใช้อีกเทคนิคหนึ่งก็ใช้วิธี Copy แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้มันเป็นบทความฉบับใหม่ให้ได้ (Unique Content) แต่สิ่งที่ห้ามทำเลยก็คือไป Copy เว็บไซต์อื่น มาทั้งหมดจะทำให้เกิดบทความซ้ำกัน(Duplicate Content) หรือถ้าบางบทความ จำเป็นต้อง Copy จริงๆ ก็ควรจะใส่เครดิตให้เจ้าของบทความด้วยครับ

SEO คืออะไร

3. สิ่งสำคัญอันดับที่สาม Onpage SEO

Onpage SEO คืออะไร หลายคนไม่รู้จัก ซึ่งเป็นวิธีที่สำคัญมาก บาง Niche Keyword เราไม่ต้องไปทำอะไร ก็มีโอกาสสามาถขึ้นอันดับที่ 1 ได้เลย ถ้า Onpage SEO ที่ปรับแต่งดี

เช่นสมมุติผมมี Domain อยู่ 1 อัน ชื่อว่า น้ำท่วม.com ผมก็ควรจะทำตามนี้

Title: น้ำท่วมแต่ตอนนี้น้ำแห้งแล้ว– ควรใส่ไม่เกิน 60 ตัวอักษร
Description: ตอนนี้มีน้ำท่วมอยู่มากมายหลายจังหวัด– ควรใส่ไม่เกิน 160 ตัวอักษร
Keyword: น้ำท่วม,น้ำท่วมภาคกลาง – คีย์เวิร์ดต่อหน้า ใส่ 3-5 คำก็พอครับ ใส่ , เป็นตัวคั่นระหว่างคีย์เวิร์ด

สามารถปรับแต่งที่ลิงค์นี้ได้ครับ Meta Tag Generator

สำหรับ Content ในแต่ละ Content แนะนำวิธีปรับแต่งคร่าวๆ ครับ

  • ควรมี Keyword อยู่ใน URL https://www.mysite.com/น้ำท่วม
  • ควรมี Keyword อยู่ใน Title ของหน้า เช่น น้ำท่วม ฝนถล่มหนักแต่เช้า
  • ควรมี Keyword อยู่ในเนื้อหาของบทความใน Paragraph แรก หรือ 150 คำแรก
  • ควรใช้ H1, H2, H3 Tags ของหัวข้อย่อยบทความ เรียงลำดับความสำคัญ
  • ควรใช้ LSI Keyword (คำที่เกี่ยวข้องกับ Keyowrd หลัก ให้อยู่ในเนื้อหาของคุณ
  • ควรย่อขนาดไฟล์รูปภาพ ช่วยเรื่องความเร็วของหน้าเว็บไซต์ แนะนำ Tinyjpg
  • ควรใส่คำอธิบายรูปภาพ (Alt Tags) ให้กับรูปภาพทุกครั้ง
  • ควรทำลิงค์ภายในเว็บไซต์ ลิงค์ไปหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน
  • ควรทำลิงค์ภายนอกเว็บไซต์ ลิงค์ไปหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน
  • ตรวจสอบ Broken Links (ลิงค์ที่ไม่สามารถเข้าได้)
  • ปรับแต่งความเร็วของหน้าเว็บไซต์ เช็คได้ที่นี่ PageSpeed Insights
เขียน Content สำหรับ SEO

4. สิ่งที่สำคัญอันดับที่สี่ Off Page SEO

Off Page SEO คืออะไร ก็คือทุกๆ สิ่งที่เกี่ยวกับ Backlink นั่นเอง Backlink คืออะไร Backlink คือ Link ที่มาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บของเรา แล้วถ้าเราได้ Backlink เยอะๆ จะดีไหม

ถ้าทำไปเรื่อยๆ ค่อย ทยอยทำ มันจะมีผลดีมากครับ เพราะเรามีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แต่ในทางกับกันถ้าเราทำครั้งเดียวเยอะๆ มากๆ ไปเลย มันคงไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่นอน สรุปแนะนำให้เราค่อยๆ ทยอยทำไปเรื่อยๆ จะให้ผลดีกว่าครับ

ทำ Off Page SEO จะแนะนำคร่าวๆ ที่เป็น Backlink แบบคุณภาพนะครับ

  • Main Keyword – Keyword หลัก
  • LSI Keyword – คำที่เกี่ยวข้องกับ Keyword หลัก
  • Naked URL – URL ของหน้า
  • Brand Name – ชื่อแบรนด์ของเรา
  • Generic Keyword – ยกตัวอย่างเช่น อ่านต่อคลิกที่นี่

Different C-Class IP หรือ SEO Network แนะนำว่าต้องเป็นหมวดหมู่ เนื้อหาเดียวกันนะครับ หรือ แนะนำให้ใช้เป็น Web 2.0 แบบฟรีก่อนก็ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น WordPress หรือ ลองค้นหาใน Google มีคนนำมาแจกอยู่ครับ Web 2.0 List

Guest Posting การขอเขียนบทความบนเว็บไซต์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเรา และลิงค์กลับมาที่เนื้อหาของเรา

Trust,Authority โดย Google ชอบ Backlink ที่มาจากเว็บที่มีความเชื่อถือครับ และ Google ชอบเว็บคุณภาพ ที่มีบทความแล้วอ้างอิงที่มา จากเว็บต่างๆ ที่นำข้อความของเราไปโพสต่อครับ

Profile Links สมัครสมาชิกเว็บไซต์ แล้วใส่เว็บไซต์ ของเราไปใน Profile เราจะได้ Backlink ทุกๆ เว็บไซต์ครับ

Video Marketing ถ้าเรามีวีดีโอของเว็บไซต์ก็สามารถทำ Backlink จาก Video ได้ครับ

Document Sharing ถ้าเรามีไฟล์อะไรก็แล้วแต่ ที่มีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย เราสามารถนำไปแชร์กับคนอื่นๆ แล้วสามารถแปะไว้ใน PDF ก็ได้ครับ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่เราสามารถได้ Backlink ครับ

สำหรับท่านที่ไม่มีเวลาในการทำ SEO และสนใจเราขอแนะนำบริการของเรา รับทำ SEO รายเดือน ขอบคุณครับ